Sunday, August 2, 2009

Personality|ใช้ภาษาท่าทางอย่างไร ให้น่าประทับใจ

ใช้ภาษาท่าทางอย่างไร ให้น่าประทับใจ

'How to get your way with body lanquage.'
"ใช้ภาษาท่าทางอย่างไร (body = ร่างกาย; language = ภาษา) ให้ดูดี"
By: Brittani Renaud
บริททานิ เรโนลด์
(1).
Be a copycat
เลียนแบบกันบ้าง
ในท่ามกลางคนหมู่มาก ถ้าจะซิงค์กับใครละก็
ให้ลองทำอะไรเลียนแบบกันบ้าง
เทคนิคนี้คือทำตัวแบบกระจกเงา
ตัวอย่างเช่น ถ้าคนที่คุณสนใจกำลังทำท่าจิบเครื่องดื่ม,ให้ลองจิบดูบ้าง
(copy = ก๊อปปี้ คัดลอก; cat = แมว;
copycat = คนที่เลียนแบบคนอื่น)
(sync. = synchronize; syn- = same = เหมือน;
chronize = time = เวลา; sync. = ทำเวลาให้ตรงกัน ใจตรงกัน)
('mirror' = ทำตัวแบบกระจกเงา),(sip = ทำท่าจิบเครื่องดื่ม)

(2).
Take up space
จับจองพื้นที่
การทำตัวให้ลีบเล็กลง เช่น กอดแขนแนบลำตัว คอตก ฯลฯ
ทำให้กรอบนอกของลำตัวดูเล็กลง และไม่มีอำนาจ
หรือดู "ฝ่อ ห่อ เหี่ยว" ไม่น่าสนใจ
ท่าแบบนี้เหมาะกับการทำต่อหน้าเจ้านายที่บ้าอำนาจเป็นบางเวลา
หรือต่อหน้าผู้คุม(คุก) แต่ถ้าอยากให้ดูเข้มแข็งขึ้น...
ให้ขยายกรอบนอกของลำตัวออกไป
โดยหัดยืนตัวเกือบตรง ไหล่ไม่งุ้ม
คอไม่ตก แขนไม่กอดกัน
เท้าห่างกัน 6-7 นิ้ว
(ขนาดสำหรับฝรั่งตัวโต คนเอเชียลดลงตามส่วน)
ถ้าอยากดูเข้มแข็งให้หัดยืนเกือบตรง
และทำตัวให้ดูผ่อนคลาย ไม่เกร็ง
ทำให้ได้ในท่ามกลางวิกฤต
ถึงจิตใจจะกลัวก็ไม่ต้องแสดงออกมาเสมอไป
('strong =เข้มแข็ง แข็งแรง)
('Stand up straight & relaxed.' = ยืนตัวเกือบตรง และทำตัวให้ดูผ่อนคลาย)
(ไม่เกร็ง (relax = ผ่อนคลาย)
(3).
Hold your head up
เงยหน้าไว้ก่อน
พ่อสอนไว้ วิธีหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้
ในการแก้ความรู้สึก "เศร้า-เหงา-เซง-ซึม" คือ
ให้นึกถึงสำนวน 'jump for joy' หรือการกระโดดยืดหน้า
อ้าแขนออกเวลาดีใจสุด ๆ เข้าไว้
ภาษากายไม่ได้มีผลต่อคนภายนอกเท่านั้น
ทว่า... มีผลต่อใจเราด้วย
ขั้นแรกคือ ให้เงยหน้าไว้ก่อน อย่าก้มหน้าก้มตา,
ขั้นต่อไปคือหัดยิ้มให้ได้ไม่ว่าวิกฤตอะไรจะเกิด
ทันทีที่เราทำท่าเท่ๆ... ใจเราจะเริ่มน้อมไปหาความเบิกบาน (ลองดู!)
(Hold your head up = เงยหน้าไว้ก่อน)
(สำนวน 'jump for joy' หรือการกระโดดยืดหน้า-อ้าแขนออกเวลาดีใจสุดๆ เข้าไว้)
(4).
Watch your arm
ระวังแขนของคุณ
คนเราอาจจะกอดอกแก้หนาวกายหรือหนาวใจโดยไม่รู้ตัว
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หมั่นสังเกตแขนของเราเสมอว่า
กำลังเปิดออก (ปล่อยไว้ข้างลำตัว) หรือกำลังปิดเข้า (กอดอก)
คนที่ดูน่าสนใจมีแนวโน้มจะกอดอกน้อยกว่าเวลาพบคนอื่น
และจะดูดีขึ้นถ้าไม่ทำตัวนิ่งเป็นตุ๊กตา
(ยกเว้นเป็นคนที่เกิดมาเท่ระดับเทพ หรือเทพธิดาจริงๆ)
การหันฝ่ามือไปทางด้านหน้ามักจะบ่งบอกว่า พร้อมจะเปิดใจ
มากกว่าหันฝ่ามือเข้าหาลำตัว หรือกำมือ
(Watch your arm = ดู,ระวัง,สังเกต แขนของคุณ)
(5).
Open up
เปิดเผยบ้าง
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กิริยาอาการที่มองว่า ใครสนใจใคร
มักจะแสดงออกมาทางใบหน้า
หน้าอกส่วนบน มือ และเท้า โดยจะหันไปทาง "อะไร" ที่คนๆ นั้นสนใจ
โดยเฉพาะการหันหน้าอก ฝ่ามือ และปลายเท้าไปทางนั้น
ถ้าไม่เปิดเผยอะไรออกไปเลย อาจทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด
คิดว่า คุณเมินเฉยจนทำให้เกิดอาการแห้วได้เช่นกัน

บนโลกเบี้ยวๆ ใบนี้... สุขภาพที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนเรามีภาษาท่าทางดีขึ้นได้ ส่วนใหญ่คนที่ฟิต(แข็งแรง)มักจะดูดีกว่า ยกเว้นในสายตาของคนที่แสนจะขี้สงสาร หรือมีใจแบบนักสังคมสงเคราะห์สุดๆ ซึ่งมีน้อยมากๆ ในชีวิตจริงคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ คือ ฟิตไว้ก่อนพ่อสอนไว้เช่นกัน

Thanks : Health Magazine
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
โรงพยาบาลห้างฉัตร 122/28 ถนนจามเทวี หมู่ 8 ตำบลห้างฉัตร ลำปาง 52190

http://gotoknow.org/blog/health2you/282507

ด่างขาว: ความขาวที่มีความหวังว่ารักษาได้

ด่างขาว: ความขาวที่มีความหวังว่ารักษาได้ [C] ผู้ที่เป็นด่างขาว ควรระมัดระวังในการใช้เครื่องสำอางค์โดยเฉพาะการใช้เครื่องสำอางค์ที่ใบหน้า เพราะถ้าเกิดอาการแพ้ดังกล่าว อาจจะมีด่างขาวเกิดขึ้นที่ใบหน้าได้
ด่างขาว

ช่วงนี้เวลาออกตรวจ พบผู้มารับบริการที่มาให้ดูผิวหนังที่เป็นด่างขาวหลายคน คืออย่างน้อยหนึ่งรายต่อสัปดาห์ จำนวนนี้รวมที่เป็นผู้มารับบริการรายใหม่ และ เป็นผู้ที่มาติดตามผลการรักษา จะเห็นว่าไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

ภาวะด่างขาวที่ผิวหนังนี้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า vitiligo หรือ leukoderma (leuko แปลว่าขาว และ derma แปลว่าผิวหนัง รวมความเป็นผิวหนังสีขาว)

ภาวะอื่นที่อาจพบร่วมได้
ภาวะด่างขาวนี้ ในบางคนที่อาจเป็นอาการแสดงอย่างหนึ่งของโรคเกี่ยวกับการมีภูมิคุ้มกันต่อตนเองหรือออโตอิมมูน เช่นอาจมีอาการของโรคไธรอยด์ เช่นไธรอยด์อักเสบ หรือ พบไธรอยด์เป็นพิษได้ หรือ อาจมีโรคความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไร้ท่ออื่นๆ

ข้อควรระวัง
ภาวะนี้มีปรากฎการณ์อย่างหนึ่งที่ควรระวังก็คือ ถ้ามีการทำอันตรายที่ผิวหนัง เช่น ถ้าผิวหนังเป็นแผล หรือ เป็นผื่นแพ้ที่ผิวหนังรุนแรง อาจทำให้เกิดเป็นด่างขาวในบริเวณดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่เป็นด่างขาว ควรระมัดระวังในการใช้เครื่องสำอางค์โดยเฉพาะการใช้เครื่องสำอางค์ที่ใบหน้า เพราะถ้าเกิดอาการแพ้ดังกล่าว อาจจะมีด่างขาวเกิดขึ้นที่ใบหน้าได้ครับ

การรักษาด่างขาว
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีความเชื่อว่ายาขัดรองเท้าทำให้อาการของด่างขาวดีขึ้นได้ มีการใช้ยาขัดรองเท้ามาทาผิวหนังบริเวณที่เป็นด่างขาวบ้างประปราย อันนี้ไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือไม่ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์โดยการทดลองเปรียบเทียบอย่างชัดเจน

การรักษานั้นอยากให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ เพราะกว่าจะเห็นผลว่าได้ผลหรือไม่ ในบางรายใช้เวลาเป็นเดือนๆ ถึงเป็นปี อย่างไรก็ดีอาจลองทาด้วยยาทาสตีรอยด์ชนิดที่ไม่แรงมากนัก แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ให้ไปพบแพทย์เพื่อการรักษา และ การให้คำแนะนำที่เหมาะสมน่าจะดีกว่ารักษาด้วยตนเองครับ

จากประสบการณ์เท่าที่ให้การรักษาในผู้รับบริการชาวไทย โดยใช้ยากลุ่มสตีรอยด์ และ ยาทาในกลุ่มที่ปรับภูมิต้านทาน (immunomodulator) ที่ยังมีราคาแพงอยู่ ปรากฎว่า กว่าครึ่งมีสีผิวปกติกลับคืนมามากบ้างน้อยบ้าง ภายในระยะสามเดือนถึงหกเดือน (บางรายอาจเป็นปี) ถ้าเป็นที่ใบหน้า ตัว และ หน้าแข้งมักได้ผลดี ส่วนบริเวณที่ได้ผลไม่ดีนัก หรือดีแต่ช้ากว่าที่อื่นคือบริเวณ ปลายจมูก กลางริมฝีปาก บริเวณหนังตา ปลายนิ้วมือ และ ปลายนิ้วเท้า อย่างไรก็ดีน่าจะพอเป็นตัวอย่างให้เกิดความหวังและกำลังใจสำหรับผู้ที่มีด่างขาวครับ ถ้าจะรักษาให้ไปพบแพทย์ผิวหนังครับ

ถ้าไม่กล่าวถึงการรักษาโดยการฉายแสงอาทิตย์เทียมก็คงไม่ครบถ้วน การรักษาวิธีนี้เป็นวิธีสำหรับสถานบริการที่มีเครื่องฉายแสง เช่นตามโรงเรียนแพทย์ หรือ โรงพยาบาลขนาดใหญ๋ที่มีแพทย์ผิวหนังทำการตรวจรักษาครับ การรักษานี้สำหรับผู้ที่มีด่างขาวเป็นบริเวณกว้าง และ ทายาแล้วไม่ได้ผลหรือต้องใช้ยาทาปริมาณมาก แต่การรักษานี้ผู้เป็นด่างขาวต้องมีความตั้งใจสูงเพราะ ต้องมาฉายแสงดังกล่าวมากกว่าอาทิตย์ละวัน และใช้เวลาเป็นเดือนๆ เช่นกัน

ในบางรายที่รักษาแล้ว ไม่ได้ผลจริงๆ และ เป็นกรณีที่มีด่างขาวในผิวหนังบริเวณกว้าง แพทย์อาจแนะนำให้กัดสีผิวแบบถาวร ทำให้เปลี่ยนสีผิวเปลี่ยนเป็นคนผิวขาว เหมือนอย่างนักร้องท่านหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ที่ผู้อ่านรู้จักดีครับ

ห.ม.อ.สุ.ข.
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านมิตรภาพ
http://gotoknow.org/blog/skin/259453

หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะคำสำคัญ: dr.sukh skin vitiligo ด่างขาว ห.ม.อ.สุ.ข.สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ สร้าง: อ. 05 พฤษภาคม 2552 @ 19:53 แก้ไข: อ. 05 พฤษภาคม 2552 @ 19:53 ขนาด: 10651 ไบต์

ด่างขาว ความขาวที่แก้ไขได้หรือไม่

จำนวนของเซลล์สร้างเม็ดสีที่ลดลง เกิดเป็นรอยด่างที่ผิวหนัง เรียกว่า ด่างขาว หรือ vitiligo


มีบ้างที่สีผิวของผิวหนังเกิดความผิดปกติ ทำให้มีสีผิวที่จางกว่าปกติ เกิดเป็นรอยด่างที่ผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นจุดหรือปื้นที่ผิวหนัง มองเห็นได้ชัดเจน

รอยด่างที่ว่านี้เป็นความผิดปกติ ที่จำนวนของเซลล์สร้างเม็ดสีที่ลดลง ทำให้ไม่มีการสร้างเม็ดสีของผิวหนังทำให้เกิดเป็นรอยด่าง ที่ผิวหนัง เรียกภาวะนี้ว่า ด่างขาว หรือ ภาษาอังกฤษคือ vitiligo

ภาวะนี้ไม่ทำให้เกิดอาการอะไรที่ผิวหนัง ไม่มีอาการคัน หรือเจ็บปวดอะไร

ที่สำคัญคือภาวะนี้ไม่ใช่โรคติดเชื้อ หรือ ติดต่อ เพราะฉะนั้น ไม่มีอันตรายอะไรต่อคนรอบข้าง

ส่วนใหญ่อาการนี้ที่ผิวหนังมักทำให้ผู้ที่เป็น ไม่สบายใจ ขาดความเขื่อมั่น ไม่กล้าให้ใครเห็นผิวหนังของตน ทำให้ขาดความเชื่อมั่นระดับหนึ่ง

การรักษาภาวะนี้ในปัจจุบันทำได้ไม่ง่ายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นยาทาในกลุ่มของสตีรอยด์ หรือฉายแสงอาทิตย์เทียม ในสถานพยาบาลที่ที่มีเครื่องแสงอาทิตย์เทียม เช่น ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีแพทย์ผิวหนัง เช่นในโรงพยาบาลของโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลศูนย์
คงทำให้เกิดความกระจ่างไม่มากก็น้อยนะครับ

ห.ม.อ.สุ.ข. Mahidol University
gotoknow.org/ blog/skin/140299